ประวัติหลวงปู่ดู่ โดย ท่าน Athinan Aumboon

ประวัติหลวงปู่ดู่ โดย ท่าน Athinan Aumboon                                                    
www.youtube.com
จัดสร้างทุกขบวนการโดย... Athinan Aumboon ชยปุญโญ ภิกขุ วัดถ้ำเมืองนะ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมะบูชา สังฆบูชา เวลาในการรับชม 1 ช...
 
www.youtube.com
จัดสร้างทุกขบวนการโดย... Athinan Aumboon ชยปุญโญ ภิกขุ วัดถ้ำเมืองนะ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อเเป็นการพุทธบูชา ธรรมะบูชา สังฆบูชา เวลาในการรับชม...
 
www.youtube.com
จัดสร้างทุกขบวนการโดย... Athinan Aumboon ชยปุญโญ ภิกขุ วัดถ้ำเมืองนะ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมะบูชา สังฆบูชา เวลาในการรับชม 1 ช...
 
‎"ลิงติดตัง"
ท่ามกลางกระแสสังคมที่สับสนวุ่นวาย
ไม่ว่าจะเป็นกิจธุระส่วนตัว
กิจธ...ุระเรื่องครอบครัว เรื่องที่ทำงาน
เรื่องของญาติสนิทมิตรสหาย จนบ่อยครั้ง
ที่เรารู้สึกเหมือนถูกพันธนาการ
ด้วยภาระและหน้าที่ที่ต้องจัดกา
มากมายอยู่ทุกวี่ทุกวัน
ทั้งตัวเราเองและทั้งผู้คนรอบข้าง

หลวงพ่อได้เคยเปรียบลักษณะเช่นนี้
กับอาการของลิง โดยท่านได้ถามข้าพเจ้าว่า
"แกเคยรู้จักไหม โลกติดตัวเหมือนลิงติดตัง"

("ตัง" ตามความหมายในพจนานุกรมหมายถึง
ยางไม้ที่ผสมกับสิ่งอื่นแล้ว
ทำให้เหนียวใช้สำหรับดักนก)
เวลาที่เขามาดักจับลิง
เมื่อลิงมาติดกับที่มีตังติดอยู
ตังติดมือลิงข้างหนึ่ง
มันก็ใช้มืออีกข้างมาแกะออก
แต่แกะไม่ออก
กลับติดตังทั้งสองมือ
เอาเท้ามาช่วยถีบออก ก็ไม่ออกอีก
เอาปากกัดอีกผลที่สุดเลยติดตังไปทั้งตัว
ทั้งสองมือ สองเท้า และปากติดตังไปหมด
นอนรอให้เขามาจับตัวเอาไป")

ข้าพเจ้าก้มลงดูตัวเอง
และเหลียวมองดูรอบตัว
ไม่เห็นลิงแม้แต่ตัวเดียวที่ติดตัง
เห็นแต่ตัวเองและคนรอบๆ ข้าง
ติดตังเต็มไปหมด... ไม่มีลิงสักตัว
ใครก็ได้ ช่วยแกะทีเถอะครับ !

ข้อมูลจากหนังสือ "101 ปี หลวงปู่ดู่"
 
"เรื่องบังเอิญที่ไม่บังเอิญ" ในชีวิตของเราทุกๆ คน
คงเคยได้ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ห...ลากหลายรส
และในบรรดาเหตุการณ์หลายเรื่องที่ผ่านไปนั้น
คงมีบางเรื่องที่เราเคยมีความรู้สึกว่า...ช่างบังเอิญเสียจริงๆ

คำว่า "บังเอิญ" นี้สำหรับนักปฏิบัติภาวนาแล้ว
ดูเหมือนจะขัดกับ "หลักความจริง"
ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าของเรา

ดังเรื่องที่ข้าพเจ้าขอยกมาเป็นตัวอย่างนี้
ภายหลังที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
และได้แสดงธรรมโปรดฤๅษีทั้ง ๕ หรือปัญจวัคคีย์
จนได้บรรลุธรรมะเป็นพระอรหันต์

แล้ววันหนึ่ง พระอัสสชิ หนึ่งในปัญจวัคคีย์
ได้เข้าไปบิณฑบาตในเมือง
ยังมีปริพาชกหรือนักบวชนอกพุทธศาสนารูปหนึ่ง
ชื่อ อุปติสสะ เดินมาพบพระอัสสชิเข้า
ได้แลเห็นท่าทางอันสงบน่าเลื่อมใส จึงเข้าไปถามท่านว่า
"ใครเป็นศาสดาของท่าน
ศาสดาของท่านสอนว่าอย่างไร"

พระอัสสชิตอบว่า
"เย ธมฺมา เหตุปปฺภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต
เตสญฺ จ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ"
แปลได้ความว่า
"ธรรมทั้งหลายเกิดจากเหตุ
ถ้าต้องการดับ ต้องดับเหตุก่อน
พระพุทธองค์ทรงสอนอย่างนี้"

อุปติสสะเมื่อได้ยินคำตอบก็เกิดความแจ้งในจิต
จนได้บรรลุธรรมเบื้องต้นในที่นั้นเอง
และขอเข้าบวชกับพระพุทธเจ้า
ต่อมาท่านได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา
ที่เรารู้จักกันในนามของ พระสารีบุตร นั่นเอง

พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่ว่าด้วยเหตุกับผล
ผลย่อมเกิดแต่เหตุเท่านั้น จะเกิดขึ้นลอยๆ ไม่ได้

หลวงพ่อเคยบอกข้าพเจ้าว่า
"ถ้าเรามีญาณหยั่งรู้
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดในชีวิตเรา
ไม่มีเรื่องบังเอิญเลย"

ผู้ปฏิบัติภาวนาต้องให้ความสำคั
ที่เหตุ มากกว่าให้ความสำคัญที่ผล
จึงขอให้ตั้งใจสร้างแต่เหตุที่ดีๆ
เพื่อผลที่ดีในวันพรุ่งนี้...และต่อๆ ไป

ข้อมูลจากหนังสือ "101 ปี หลวงปู่ดู่"
 
 
"คิดว่าไมมีดี" ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่มักจะไม่พอใจ
ในผลการปฏิบัติของตน
โดยที่มักจะขา...ดการไตร่ตรองว่า
สาเหตุนั้นเป็นเพราะอะไร
ดังที่เคยมีลูกศิษย์คนหนึ่งของหลวงพ่อ
ได้มานั่งบ่นให้ท่านฟังในความอาภัพ
อับวาสนาของตนในการภาวนาว่า
ตนไม่ได้รู้ ไม่ได้เห็นสิ่งต่างๆภายใน
มีนิมิตภาวนา เป็นต้น
ลงท้ายก็ตำหนิว่าตนนั้นไม่มีควา
รู้อรรถรู้ธรรมและความดีอะไรเลย

หลวงพ่อนั่งฟังอยู่สักครู่
ท่านจึงย้อนถามลูกศิษย์จอมขี้บ่นผู้นั้นว่า
"แกแน่ใจหรือว่าไม่มีอะไรดี
แล้วแกรู้จักพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์หรือเปล่า"

ลูกศิษย์ผู้นั้นนิ่งอึ้งสักครู่จึงตอบว่า
"รู้จักครับ"

หลวงพ่อจึงกล่าวสรุปว่า
"เออ นั่นซี แล้วแกทำไมจึงคิด
ว่าตัวเราไม่มีดี"

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความเมตตาของท่าน
ที่หาทางออกทางปัญญาให้ศิษย์ผู้กำลังท้อถอย
ด้อยความคิด และตำหนิวาสนาตนเอง
หากปล่อยไว้ ย่อมทำให้ไม่มีกำลังใจในการปฏิบัติ
เพื่อผลที่ควรได้แห่งตน
 
"เชื่อจริงหรือไม่" สำหรับผู้ปฏิบัติแล้ว
คำดุด่าว่ากล่าวของครูอาจารย์
นับเป็นเ...รื่องสำคัญและมีคุณค่ายิ่ง
หากครูบาอาจารย์เมินเฉยไม่ดุด่าว่า
กล่าวก็เหมือนเป็นการลงโทษ

ผู้เขียนเคยถูกหลวงพ่อดุว่า
"แกยังเชื่อไม่จริง ถ้าเชื่อจริง
พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
ต้องเชื่อและยอมรับพระพุทธ
พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง
แทนที่จะเอาความโลภมาเป็นที่พึ่
เอาความโกรธมาเป็นที่พึ่ง
เอาความหลงมาเป็นที่พึ่ง"

หลวงพ่อท่านกล่าวกับผู้เขียนว่า
"โกรธ โลภ หลง เกิดขึ้น ให้ภาวนา
แล้วโกรธ โลภ หลงจะคลายลง
ข้ารับรอง ถ้าทำแล้วไม่จริง ให้มาด่าข้าได้"
 
อ่านต่อหน้าถัดไป
 
Post Bon โพสต์บุญ ทำบุญผ่านโลกออนไลน์ง่ายๆเพียงกดแชร์หรือแบ่งบันเท่านี้คุณก็ได้ทำบุญทุกวัน เป็นธรรมทาน ขอผลบุญที่ท่านได้ทำจงดลบันดาลให้ท่านจงประสบผลสำเร็จทุกประการตามความปรารถนา ท่านที่มีทุกข์ขอให้พ้นทุกข์ท่านที่มีสุขขอให้สุขยิ่งๆขึ้นไปโชคดีมีชัย เจริญก้าวหน้าเทอญ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น